วันที่ 2 เริ่มรู้จักกันมากขึ้น เเละเขาได้เล่าเรื่องคำพยานมากขึ้น เเละการเทศในที่สาธารณะเเบบ CfaN เเละวันนี้เริ่มซ้อมการประกาศเเล้ว เเยกเป็น 8 กลุ่ม เพื่อเเยกกันหน้าที่เตรียมประกาศข่าวประเสริฐกันในที่สาธารณะ เเละสิ่งที่สำคัญที่สุดอีกอย่างคือต้องพาเขาอธิษฐานรับเชื่อ เพื่อเขาจะได้รับความรอด เเละตอนสุดท้ายการปลดปล่อยโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ ให้พระวิญญาณปล่อยเราจากสิ่งที่เราไม่สามรถปลดปล่ิยด้วยตัวเองได้ เเละเขาใช้เรื่องเรือลำน้อยเพื่อโยงเข้าสู่พระกิตติคุณ
นี่คือเรื่องเรือลำน้อย
.. มีเด็กชายคนหนึ่งเขาได้สร้างเรือของเขาขึ้นด้วยความรัก เเละเขาก็นำเรือนี้ไปลอยทะเล เเต่จู่ๆก็มีลมเเรงมาจากไหนไม่รู้พัดให้เรือของเด็กชายหายไปจากเขา เด็กชายคนนี้ก็เสียใจมากกลับบ้านมาร้องไห้ .. 2 3 วันต่อมาเด็กชายคนนี้ได้เดินไปที่ตลาดเเห่งหนึ่งเเล้วเขาดันเจอกับเรือลำน้อยของเขาลำนั้น เเต่อยู่กับเจ้าของร้านคนนึง ซึ่งเขาเป็นคนใจร้าย เด็กชายพอเห็นก็ดีใจมากรีบวิ่งไปหาเจ้าของร้านเเละถามว่า คุณครับๆ นี่มันเหลือของผมผมสร้างมันขึ้นมากับมือ ผมขอเรือลำนี้คืนได้มั้ยครับ เจ้าของร้านตอบว่า ไม่ได้หรอก เราก็ซื้อเรือลำนี้มาเหมือนกันจะให้ฟรีๆได้ยังไง เด็กคนนั้นดีใจมากรีบวิ่งกลับไปที่บ้านเอาทรัพย์สมบัติทั้งหมดที่เขามีในชีวิต เอาไปขายเเละเอาเงินมาซื้อเรือลำนี้คืนมา พอเด็กชายคนนี้ได้เรือคืนมาเเล้วก็ดีใจจึงยกเรือขึ้นสูงเเละพูดกับเรือลำนี้ว่า เจ้าเรือน้อยเอ๋ย เจ้าเรือน้อยเอ๋ย เราเป้นเจ้าของเจ้าถึง 2 รอบ รอบเเรกเราไ้ด้สร้างเจ้าขึ้นมาด้วยความรัก เเละครั้งที่ 2 เราได้ไถ่เจ้าคืนมา ..
เรื่องราวนี้เด็กชายคนนี้ก็เปรียบเสมือนพระเจ้าที่สร้างเราด้วยความรัก เเละเราก็เปรียบเสมือนเรือในเรื่องนี้ เเละมีความบาปคือลมพายุนี้ได้พัดเราออกห่างจากพระเจ้า เเต่พระเจ้าทรงไม่อยากเสียเราไปเเละอยากกลับมามีความสัมพันธ์กับเรา จึงได้ทรงส่งพระเยซูคริสต์พระบุตรองค์เดียวของพระองค์ลงมาตายไถ่บาปเราบนไม้กางเขน เอาความบาป ความับอายทั้งหมดของเราไปตรึงไว้กับกางเขนนั้นเเล้ว เเล้วพระองค์ถูกฝังไว้ในอุโมงค์ วันที่ 3 พระองค์ทรงเป็นขึ้นจากความตายเเละเอาชนะความตายเรียบร้อยเเล้้ว